Support
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดอะแบนด์
084-100-1007, 0813425751 ,080-603-8998, 02804-8800
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 14/01/2020 15:54     Forum: ข่าวสาร  >  ประวัติความเป็นมา กีตาร์คลาสสิค

ประวัติความเป็นมา กีตาร์คลาสสิค

กีตาร์คลาสสิก เป็นเครื่องดนตรีประเภทที่ดีดด้วยนิ้วมือ มีพัฒนาการมาก่อนศตวรรษที่15 โดยพัฒนามาจากเครื่องดนตรีที่เรียกว่า วิเวลา(Vihuela)ซึ่งนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายในประเทศสเปน ข้อแตกต่างของกีตาร์คลาสสิกกับกีตาร์ชนิดอื่น คือ ขนาดของคอกีตาร์ หรือ fingerboard ที่มีขนาดที่กว้างกว่ากีตาร์ชนิดอื่น และสายที่ทำด้วยไนล่อน หรือที่เรียกกันว่าสายเอ็น เพราะแต่เดิมใช้สายที่ทำมาจากเอ็นของสัตว์ กีตาร์อีกประเภทหนึ่งที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับกีตาร์คลาสสิก คือ กีตาร์ฟลาเมงโก (Flamenco Guitar)

 

กีตาร์คลาสสิกนั้นให้เสียงในโทนพริ้วไหว สำหรับผู้ที่มีความชำนาญในการเล่นแล้ว กีตาร์คลาสสิกจะสามารถบันดาลเสียงทุกเสียงที่จะประกอบกันให้เป็นเพลงที่ไพเราะจับใจได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนอง(MELODY)คอร์ด(CHORD) และเบสส์(BASS) ในการเล่นกีตาร์คลาสสิกนั้นผู้เล่นต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคมากมายซึ่งในการฝึกหัดนั้นต้องใช้ทั้งเวลา และความพยายามอย่างสูง มันจึงกลายเป็นดาบสองคมไปเลยในบางครั้ง คือ แทนที่จะช่วยให้ท่านได้พบกับความซาบซึ้ง และแตกฉานทางดนตรี มันกลับทำให้ท่านท้อแท้หรือมีอคติกับดนตรี (คลาสสิก) ไปเลยก็ได้ กีตาร์คลาสสิกจึงจัดได้ว่ามีความสมบูรณ์ในตัวมันเองจนมีผู้กล่าวว่าการเล่นกีตาร์คลาสสิกนั้นไม่ต่างอะไรไปกับการเล่นของวงออร์เคสต้าร์ขนาดย่อมๆเลยที่เดี่ยว

guest

Post : 12/01/2020 12:13     Forum: ข่าวสาร  >  เพลงลูกทุ่ง

เพลงลูกทุ่ง

เพลงลูกทุ่ง หรือที่ในอดีตเรียกว่า “เพลงตลาด” เป็นเพลงที่สะท้อนวิถึชีวิต สภาพสังคมอุดมคติและวัฒนธรรมไทย โดยมีท่วงทำนอง คำร้อง สำเนียง และลีลาการร้องการบรรเลงที่เป็นแบบแผน มีลักษณะเฉพาะซึ่งให้บรรยากาศของความเป็นลูกทุ่ง (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, 2532:11) เพลงตลาด หรือเพลงลูกทุ่งเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2480 เหตุที่เพลงตลาด หรือเพลงลูกทุ่ง ได้รับความนิยมน่าจะเป็นเพราะว่าเป็นเพลงที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ลำบากทุกข์ยากของประชาชนระดับล่างในช่วงเวลานั้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามและปัญหาเศรษฐกิจ เพลงลูกทุ่งได้มีการผสมผสานอย่างเหมาะสมระหว่างคุณลักษณะเพลงไทยเดิมและเพลงไทยสากล มีลีลาเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลงพื้นบ้าน ใช้จังหวะพื้นบ้านซึ่งนิยมอยู่แล้วในเพลงพื้นบ้านทั่วเมืองไทยแต่อาจจะต่างรูปแบบกัน เช่น จังหวะเพลงของหมอลำ เพลงบอก มโนราห์หนังตะลุง เมื่อจังหวะเหล่า นั้นถูกดัดแปลงเป็นจังหวะลูกทุ่ง เน้นความสนุกสนานครึกครื้นเป็นหลัก ส่วนเนื้อร้องเป็นเรื่องของชาวบ้าน พูดตรงไปตรงมาไม่มีสำนวนที่วิจิตรพิสดาร มีการผูกประโยคง่าย ๆ ชมธรรมชาติและท้องทุ่ง ท้องนา บรรยายชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบท รำพันถึงความรักการประกอบอาชีพ ความตลกขบขัน เสียดสีสังคม ฯลฯ ในภาคเหนือเริ่มปรากฏเพลงในลักษณะ “เพลงลูกทุ่งคำเมือง” เมื่อประมาณ พ.ศ.2497-2498โดยมีการเริ่มก่อตั้งวงดนตรีไทยสากลขึ้นในเชียงใหม่ ได้แก่ วงลูกระมิงค์ วงดาวเหนือ วงดุริยะเวียง พิงค์ ซึ่งในภายหลังเรียกขานกันว่าเป็นแบบ “วงดนตรีลูกทุ่ง” ซึ่งต่อมาก็ได้มีการพัฒนารูปแบบกันไป จนเมื่อปี 2520 ความนิยมในวงดนตรีลูกทุ่งคำเมืองเริ่มลดลง ใน ขณะเดียวกันหนุ่มสาววัยรุ่นซึ่งมีชีวิตอยู่ในเมืองและได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากตะวัน ตกเริ่มนิยมดนตรีแบบโฟล์คซองมากขึ้น โดยความหมายแล้วคำว่า “โฟล์คซอง” (folk song) นั้นหมายถึง “เพลงพื้นบ้าน” แต่ความหมายที่วัยรุ่นหนุ่มสาวไทยรู้จักและนิยมกันนั้น มิได้หมาย ถึงเพลงพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยแต่หมายถึงลักษณะของเพลงตะวันตกที่มีลีลาการ้องและการเล่นดนตรีเรียบง่ายไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลงโฟล์คซองอเมริกันมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นไทยมาก เครื่องดนตรีที่ใช้เล่นประกอบด้วยกีตาร์โปร่ง (Folk Guitar) เม้าท์ออแกน (mouth organ)และแบนโจ (Banjo) ผู้เล่นเพลง โฟล์คซองอาจจะเล่น ดนตรีและร้องเดี่ยวๆ หรืออาจจะตั้งเป็นวง 2-3 คนก็ได้ จุดเริ่มต้นของ “โฟล์คซองคำเมือง” นั้นก็คือการที่มีผู้นำเอาเพลง “ลูกทุ่งคำเมือง” มาเล่นและร้องในสไตล์ของโฟล์คซอง มีการแต่งเพลงขึ้นใหม่โดยใช้ภาษาคำเมือง ตลอดจนนำเอาเพลงซอ มาขับร้องใหม่ โดยใช้กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีประกอบ นั่นคือกำเนิดของเพลงแบบผสมครึ่งท้องถิ่นครึ่งตะวันตก ที่เรียกว่า “โฟล์คซองคำเมือง”ซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลายต่อมา เมื่อโฟล์คซองคำเมือง เริ่มเป็นที่นิยมแล้ว ก็ได้มีผู้บุกเบิกการบันทึกเสียงเพลงโฟล์คซองคำเมืองลงเทปตลับ ออกจำหน่ายคือ มานิต อัชวงศ์ เจ้าของร้านท่าแพบรรณาคาร โฟล์คซองคำเมืองชุดแรกที่ได้รับการบันทึกเสียงคือชุดของ “คณะต่องและเพื่อน” เทปชุดแรกดูเหมือนจะเป็นการทดลองในแง่ของการตลาด เพลงคำเมืองจึงมีเพียงด้านเดียว ส่วนอีกด้านหนึ่งของเทปเป็นเพลงตะวันตก เทปชุดที่สองต่อมา คือชุดของจรัล มโนเพ็ชร ซึ่งนับว่าเป็นชุดที่ได้รับความสำเร็จไม่น้อย การโฆษณาทางสื่อมวลชนต่างๆ เป็นแรงหนุนส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลงโฟล์คซองคำเมืองได้รับความนิยมไม่เฉพาะแต่ในภาคเหนือเท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปทั่วประเทศโดยลำดับ ชื่อของจรัล มโนเพ็ชร เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการเพลงอย่างกว้างขวาง มีนักร้องร่วมในเทปชุดต่อๆ มาอีกคือ เกษม มโนเพ็ชร และสุนทรี เวชานนท์ (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ,จรัญ มโนเพ็ชร ศิลปินโฟล์คซองคำเมือง2542:4757-4766) พัฒนาการของเพลงไทยสากล และเพลงไทยลูกทุ่งจนไปถึงเพลง โฟล์คซองคำเมืองเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมทางด้านดนตรี เปลี่ยนผ่านการเวลาจนสะสมและทับถมกันจนแยกไม่ออกว่าวัฒนธรรมใดเป็นของใคร หรือแม้แต่การนำบทเพลงไทยเดิม เพลงพื้นบ้าน หรือเพลงพื้นเมืองมาเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ในรูปแบบดนตรีสากล มีการปรับรูปแบบการนำเสนอ โดยประยุกต์และนำเอาเครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีพื้นบ้าน มาประสมเพื่อสร้างความหลากหลายและความสวยงามให้กับโสตศิลป์ (Auditory Art) เพื่อสร้างคำว่า “ร่วมสมัย” (Contemporary) มากกว่าคำว่า “รากเหง้า” (Progenitor) ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด หลักการใดก็ตาม สิ่งเหล่านี้ต้องถูกตั้งคำถามย้อนกลับ และคิดถึงผลทั้งในเชิงบวก และเชิงลบ เพราะทุกสิ่งสามารถมองได้มากกว่าหนึ่งด้านแล้วแต่จะมองด้านใด ดนตรีเป็นศิลปะเป็นเรื่องของสุนทรียศาสตร์ที่ว่าด้วยความสวยงาม และความไพเราะของเสียง มีลักษณะมุมมองเฉพาะหากได้ทำการส่งเสริมอย่างถูกที่และถูกมุมแล้ว ก็จะส่งผลให้ก่อเกิดประโยชน์อย่างเอนกประการ แต่อย่าลืมว่าศิลปวัฒธรรมนั้นมิได้มีความแข็งแกร่งดังเหล็กกล้า แต่อ่อนนิ่ม และแข็งได้ เปรียบดังกระแสน้ำ บางครั้งวัฒนธรรมของชาติตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาอาจจะท่วมท้นกลบของเก่าดั้งเดิมจนมืดมิด จนไม่อาจจะหาดนตรีดั้งเดิมฟังได้ คงเหลือไว้แค่เพียงแค่กลิ่นไอของดนตรี.อ้างอิงจาก www.artsedcenter.com

guest

Post : 02/12/2019 15:51     Forum: ข่าวสาร  >  5 อุปกรณ์ที่มือกลองต้องมี

5 อุปกรณ์ที่มือกลองต้องมี

คำอธิบาย: ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไม้กลอง

ไม้กลอง

ไม้กลองเปรียบเสมือนอาวุธคู่กายของมือกลองอยู่แล้ว และหากนึกถึงอุปกรณ์ที่ต้องมีอย่างแรกก็คงไม่พ้นเจ้าไม้กลองนี่แหละ ไม่ว่าคุณจะมีกลองส่วนตัวหรือไม่ก็ตาม ทุกคนจะซื้อไม้กลองเป็นลำดับแรก จะเอาไว้ตีหมอนหรือแป้นซ้อมก็ตามแต่ และเป็นอุปกรณ์ที่ราคาถูกที่สุดสำหรับมือกลอง ดังนั้นหากอยากจะเริ่มตีกลองชุด สิ่งแรกที่คุณควรสิ่งเข้าไปซื้อในร้านเครื่องดนตรีนั่นก็คือ ไม้กลอง

เมโทรโนม

กลองคือเครื่องดนตรีที่ใช้คุมจังหวะ ดังนั้นเมโทรโนมคือสิ่งที่มือกลองทุกคนควรจะมีติดตัวเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นมืออาชีพแล้วหลายๆคนก็ยังฝึกตีกับเมโทรโนมอยู่ เพื่อให้ได้จังหวะที่ถูกต้องและแน่นอน รวมถึงมือกลองที่กำลังเริ่มฝึก ก็ควรยึดเมโทรโนมเป็นจังหวะหลักให้ดีก่อนที่จะไปฝึกลูกเล่นอื่นๆ ดังนั้นหากไม้กลองเป็นอาวุธคู่กาย เมโทรโนมก็เปรียบเหมือนหัวใจของมือกลองที่ต้องมีกันทุกคน

สแนร์

แสนร์เป็นส่วนหนึ่งของกลอง ซึ่งหลายๆคนมักจะใช้สแนร์ในห้องซ้อมมากกว่า แต่ถ้าเป็นมือกลองอาชีพแล้ว ส่วนใหญ่ชอบที่จะมีสแนร์เป็นของตัวเอง เพราะสแนร์เป็นตำแหน่งกลองที่ต้องตีมากที่สุด ใน 1 จังหวะห้องต้องลงจังหวะที่สแนร์ทุกครั้ง ดังนั้นมือกลองจึงให้ความสำคัญกับเสียงสแนร์อย่างมาก จะไปเล่นในห้องซ้อมก็ไม่สามารถปรับหนังกลองได้ดังใจ จึงมีมือกลองส่วนใหญ่ซื้อสแนร์เป็นของตัวเองซะเลย

แฉ-ฉาบ

แฉหรือฉาบเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มือกลองมักจะซื้อติดตัวเอาไว้ เนื่องจากราคาไม่แพงมาก และสามารถเลือกขนาดหรือซาวด์ได้ดังใจ ส่วนใหญ่แล้วเวลาไปห้องซ้อมดนตรีก็จะไม่ได้ซาวด์ของแฉที่ชอบนัก จึงมีมือกลองมากมายพกแฉส่วนตัวไปซ้อมซะเลย หรือในห้องซ้อมบางแห่งก็อาจไม่มีแฉไว้ให้หรือไม่มีพอกับความต้องการ ทำให้มือกลองส่วนมากเลือกที่จะพกแฉของตัวเอง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรมีติดตัวไว้

กระเดื่องพ่วง

อุปกรณ์นี้สำหรับมือกลองระดับโปรแล้วที่จำเป็นต้องใช้ 2 กระเดื่องหรือมือกลองสายเมทัลทั้งหลาย เพราะตามห้องซ้อมหรือสตูดิโอนี่น้อยมากที่จะมีกลองชุดแบบ 2 กระเดื่อง ทำให้มือกลองที่ชอบเล่นเพลงร็อคหนักๆหรือเมทัลต้องมีกระเดื่องแบบต่อพ่วงเป็นของตัวเองเพื่อจะเล่นเพลงที่ชอบกันได้ตามห้องซ้อมและสตูดิโอ แน่นอนว่ากระเดื่องเป็นอีกอุปกรณ์ที่มือกลองควรจะมีติดตัวไว้

 

guest

Post : 02/12/2019 15:40     Forum: ข่าวสาร  >  กลุ่มเครื่องเป่าที่ใช้กับดนตรีแจ๊ส

กลุ่มเครื่องเป่าที่ใช้กับดนตรีแจ๊ส

ดนตรีแจ๊สนับว่าเป็นดนตรีกระแสหลักอีกอย่างหนึ่งในบ้านเรา แม้ว่าจะไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างเหมือนกับกระแสหลักอย่าง ป็อป ร็อค อาร์แอนด์บี ฮิพฮอป แต่ดนตรีแจ๊สก็ได้รับความนิยมอย่างเงียบอย่างต่อเนื่อง ดนตรีแจ๊สนั้นมีเอกลักษณ์ในตัวเอง มีสไตล์ของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร มีการดัดแปลงเยอะแยะออกไปมากมาย หนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดนตรีแจ๊สก็คือเครื่องดนตรี แจ๊สนั้นมีเครื่องดนตรีหลายแบบมากมายเพื่อให้การผสมผสานทำได้มากขึ้น

 

หนึ่งในเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของดนตรีแจ๊สที่เราเห็นกันนั่นก็คือ เครื่องเป่า ที่เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับดนตรีมากขึ้น แบ่งเป็น 2 ประเภทนั่นคือ เครื่องลมไม้และเครื่องลมโลหะโดยแยกจากวัสดุที่ใช้ประกอบและผลิต วันนี้ Music Arms จะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับเครื่องเป่ายอดนิยมที่เราเจอในดนตรีแจ๊สกันซัก 5 ประเภท แต่ละประเภทนั้นก็คงคุ้นเคยกันดีอยู่เพราะนอกจากดนตรีแจ๊สก็ใช้ในวงโยธวาฑิตด้วยเช่นกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

Saxophone

Saxophone เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเครื่องลมไม้ ใช้ลิ้นเดี่ยวเหมือนคลาริเนต ตัวเครื่องจะทำด้วยโลหะทองเหลือง มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษอีกอย่างว่า Brass clarinet หรือ คลาริเนตทองเหลือง มีความนิยมและแพร่หลายอยู่ในวงดนตรีประเภทคลาสสิคและแจ๊สมาเป็นเวลานาน Saxophone ที่นิยมใช้ในเพลงแจ๊สได้แก่อัลโตแซกโซโฟน และเทเนอร์แซกโซโฟน ซึ่งให้เสียงกลางดี สามารถเข้ากับเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆของดนตรีแจ๊สได้ลงตัว

Clarinet

คลาริเนต เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าลมไม้ ที่พัฒนามาจากเครื่องดนตรีในสมัยกลางเรียกว่า Chalumeau คลาริเนตเป็นเครื่องดนตรีที่มักทำจากไม้หรือพลาสติก ทำให้เกิดเสียงโดยใช้ลิ้นเดี่ยว ซึ่งรัดติดกับปากเป่าเช่นเดียวกับแซกโซโฟน ช่วงเสียงคลาริเนต (Bb) เริ่มตั้งแต่ D เรื่อยขึ้นไปประมาณ 3 ½ คู่แปด คำ Clarinet มาจากภาษาอิตาเลียน คลาริน่า-Clarina แปลว่า แตร ใส่คำวิเศษตามหลัง คือ – et แปลว่าเล็กๆ รวมเป็น คลาริเนต แปลว่า แตรอันเล็กๆ เป็นอีกหนึ่งเครื่องเป่าที่พบในดนตรีแจ๊สบ่อยครั้ง

Flute

ฟลูต เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีแรก ๆ ของโลก พบครั้งแรกที่ประเทศจีนเมื่อ 900 ปีก่อน ค.ศ. ฟลูตได้ไปถึงยุโรปเมื่อราวปี ค.ศ. 1100 ฟลูตในช่วงปี ค.ศ. 1700 นั้นผลิตจากไม้และมีคีย์ 1-4 คีย์ ในศตวรรษที่ 19 จำนวนคีย์ได้เพิ่มเป็น 8 คีย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1832 ผู้ผลิตเครื่องดนตรีชาวเยอรมันชื่อ Theobald Boehm ได้คิดค้นระบบการวางนิ้วของฟลูตใหม่ และเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ผลิตจากไม้เป็นโลหะ ทำให้ฟลูตสามารถเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นและเสียงเจิดจ้าขึ้น กลุ่มหลัก ๆ ของฟลุตประกอบไปด้วย ปิคโคโล คอนเสิร์ทฟลุต อัลโตฟลุต เบสฟลุต คอนทราเบสฟลุต แต่ที่นิยมใช้ในดนตรีแจ๊สจะเป็นอัลโต้ฟลูต

Trumpet

ทรัมเป็ต (Trumpet) เป็นเครื่องดนตรีสากลในกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองประเภทเสียงสูงเช่นเดียวกับเฟรนซ์ฮอร์น มีปุ่มกด 3 อันเรียงอยู่ระนาบเดียวกัน มีวิวัฒนาการจากแตรสัญญาณที่ใช้ในการล่าสัตว์หรือในทางทหาร ปัจจุบันใช้เป็นเครื่องดนตรีในวงโยธวาฑิต นอกจากจะใช้ในวงโยธวาฑิตแล้วก็ยังใช้ในดนตรีแจ๊สกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือทรัมเป็ตในคีย์ Bb และคีย์ C อาจพบเห็นทรัมเป็ตที่มีขนาดและระดับเสียงแตกต่างกันได้อีกหลายชนิดในดนตรีประเภทอื่น

Trombone

ทรอมโบน เป็นเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าทองเหลือง มีคันชักใช้สำหรับเปลี่ยนระดับเสียง โดยมากจะใช้ในวงโยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง รวมทั้งวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ในวงดนตรี ทรอมโบนจะทำหน้าที่ประสานเสียงในกลุ่มแตรด้วยกัน ผลิตเสียงจากการสั่นสะเทือนของริมฝีปากผู้เล่น ทำให้เกิดกระแสลมในเครื่อง ทรอมโบนเป็นเครื่องที่เปลี่ยนระดับเสียงโดยการเปลี่ยนความยาวของสไลด์ คำว่า ทรอมโบน ( Trombone ) เป็นภาษาอิตาเลียน มาจากคำว่า Tromba ซึ่งแปลว่า “แตรทรัมเป็ต” และคำวิเศษณ์ขยายตามท้าย ว่า -one ซึ่งจะทำให้มีความหมายว่า “มีขนาดใหญ่” เป็นอีกครึ่งดนตรีที่มีบทบาทในดนตรีแจ๊ส

 

guest

Post : 22/10/2019 15:27     Forum: ข่าวสาร  >  เหตุผลที่ควรเลือก Gibson SG

5 เหตุผลที่ควรเลือก Gibson SG

หนึ่งในกีต้าร์ยอดฮิตของทาง Gibson ก็คือ Gibson ทรง SG โดยทรงนี้นั้นคลอดออกมาเมื่อปี 1961 เป้าหมายคือการแข่งกับ Fender Stratocaster โดยทาง Gibson ได้ประเมินข้อเสียของ Les Paul แล้วนำมาปรับปรุงในทรงนี้ ทำให้กลายเป็นกีต้าร์ทรงฮิตมาจนถึงปัจจุบัน มีมือกีต้าร์หลายคนที่ใช้ทรงนี้จนเป็นเอกลักษณ์ เช่น  ANGUS YOUNG มือกีต้าร์แห่งวง AC/DC หรือของไทยก็มี พล วงแคลช และ พิเชษฐ์ เครือวัลย์ แห่งวง Y not 7 ที่พก SG ขึ้นเวทีอยู่บ่อยครั้ง ทำให้หลายคนอยากจะเป็นเจ้าของ Gibson SG ขึ้นมา วันนี้เราไปดูข้อดีหรือ 5 เหตุผลที่ทำไมต้องเลือก Gibson SG มีดียังไง ตามไปดูกันเลย

รูปทรงที่ไม่ค่อยเหมือนใคร

ทรงกีต้าร์ยอดฮิตอย่าง Les Paul หรือ Stratocaster ต่างถูกแบรนด์เล็กๆนำไปใช้เป็นทรงหลักในการผลิตกีต้าร์กันเพียบ แต่เมื่อเทียบกับทรง SG แล้วถือว่าหาได้ยากในตลาดกีต้าร์แบรนด์อื่นๆ แม้ว่าจะมีแบรนด์เล็กๆที่ทำทรง SG ออกมา แต่คุณภาพย่อมสู้ Gibson ไม่ได้แน่นอน ถ้ามีกีต้าร์ทรง SG คนจะนึกถึง Gibson เป็นยี่ห้อแรก เรียกว่าสะพายทรง SG ขึ้นเวทีแล้ว ราศีจับกับทรงกีต้าร์สุดร็อคที่ไม่ค่อยเหมือนใครแน่นอน ถ้าคุณเบื่อความจำเจของทรง Les Paul และ Stratocaster แนะนำให้มาเล่นทรงนี้

น้ำหนักเบา

จุดประสงค์แรกของ Gibson ในการผลิต SG ออกมาคือเพื่อกลบข้อด้อยของ Les Paul นั่นก็คือน้ำหนักของบอดี้ที่มากจนมือกีต้าร์หลายคนบ่น ทำให้ SG เป็นกีต้าร์ Gibson ที่มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นอื่นอย่างชัดเจน ถ้าคุณไม่ชอบกีต้าร์ที่สะพายแล้วหนัก แต่ยังคงชื่ชอบในแบรนด์ Gibson ก็แนะนำให้เลือกทรง SG คือคำตอบ เพราะได้ซาวด์แบบ Gibson แท้ๆ และยังสะพายขึ้นเวทีคอนเสิร์ตหรือเล่นได้นานๆ โดยที่ไม่มีอาการปวดไหล่ ตรงนี้ถือเป็นข้อดีอย่างชัดเจนของ Gibson SG ที่ได้เปรียบทรงอื่นๆในแบรนด์เดียวกัน

ซาวด์ร็อค

ในช่วงแรกที่ Gibson SG ออกมานั้น ประแสเพลงร็อคในยุค 60 กำลังเริ่มมา ทำให้กลายเป็นกีต้าร์ขวัญใจสายร็อคทันที ต่างจาก Les Paul ที่เน้นไปทางแนวเพลงอื่นๆเช่นบลูส์ แจ๊ส ซะมากกว่า ทำให้ทาง Gibson ต้องเอาใจสายร็อคด้วยการใช้ปิ๊กอัพที่ให้เสียงพุ่ง ดุดัน ไม่ว่า SG จะผ่านไปกี่ปี ซาวด์ของมันยังคงเป็นเอกลักษณ์โดยเน้นความเป็นร็อคไว้ก่อนเสมอ ทำให้หากคุณเป็นมือกีต้าร์สายร็อคแล้วล่ะก็ ไม่ต้องคิดมาก Gibson SG ได้ทั้งทรงได้ทั้งซาวด์แบบร็อคเกอร์

 

 

ราคาเบาๆ

กีต้าร์ไฟฟ้ายี่ห้อ Gibson แม้จะเป็นที่รู้กันว่าคุณภาพและเสียงดีลำดับต้นๆของโลก แต่มันก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน เช่นทรง Les Paul บางรุ่นราคาถึงหลักแสนบาท หรือทรง ES ก็มีราคาที่ไม่หนีกันเท่าไหร่นัก แต่เพื่อนๆรู้มั้ยว่าทรง SG นั้นถือเป็นทรงกีต้าร์ของทาง Gibson ที่ราคาย่อมเยาที่สุดแล้ว หากใครต้องการมีกีต้าร์ไฟฟ้า Gibson ไว้ในครอบครองล่ะก็ การเลือกทรง SG อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะไม่ต้องสะสมเงินมากเท่าไหร่นักก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้

แบรนด์ที่เชื่อถือได้

ทรง SG อาจจะเป็นทรงที่ไม่ค่อยมีแบรนด์เล็กนำไปทำเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าพอมีบ้าง ดังนั้นหากเพื่อนๆอยากได้กีต้าร์ทรง SG ที่ได้เสียงคุณภาพ งานประกอบดีเยี่ยมและเป็น “SG แท้” ก็คงไม่พ้นต้องเลือก Gibson รับรองว่าตัวเดียวจบ ใช้งานกันได้ยาวๆ เรื่องเสียงนี่หายห่วงกันได้กับปิ๊กอัพแต่ละรุ่นที่ให้มา หรือจะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกบิด หรือ Nut และ Saddle รับรองว่าไม่มีแบรนด์ไหนสู้กับ Gibson ได้อีกแล้ว อีกทั้งยังได้งาน Made in U.S.A แท้ๆ แบบนี้ใครล่ะจะไม่รัก Gibson SG

 

guest

Post : 22/10/2019 14:59     Forum: ข่าวสาร  >  เทคนิค การดีดจังหวะและจำคอร์ตสำหรับมือใหม่

เทคนิค !การดีดจังหวะและจำคอร์ตสำหรับมือใหม่

เทคนิคการดีดจังหวะและจำคอร์ตสำหรับมือใหม่

เราจะจำคอร์ตแต่ละคอร์ตได้อย่างไร ?วันนี้เรามีคำตอบให้สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นกีต้าร์เป็นครั้งแรก เริ่มจากเราจะสอนการจับคอร์ตพื้นฐาน โดยจะแบ่งเป็น major chord ทั้งหมด 5 คอร์ด ซึ่งก็คือ C D E G A และ minor chord อีก 3 คอร์ด คือ Dm Em Am ถามว่าทำไมต้องเป็น 8 คอร์ดนี้? คำตอบก็คือ คอร์ดเหล่านี้เป็นคอร์ดเปิด (open chord) ทั้งหมด ซึ่งก็คือไม่มีอันไหนเป็นคอร์ดทาบ (barred chord) เลย คอร์ดทาบจะเป็นคอร์ดที่ต้องใช้นิ้วของเราทาบไปที่ fretboard กีตาร์เพื่อที่จะกดสายกีตาร์พร้อมๆ กันหลายๆ เส้น คนที่เพิ่งเริ่มหัดเล่น วิธีจับก็ตามรูปด้านล่าง

 

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแต่ละคอร์ตดีดกี่ที? โดยการจำจังหวะ และจำนวนการดีดในแต่ละคอร์ต

จังหวะที่ใช้บ่อยๆ สำหรับเพลงป๊อปทั่วๆ ไป ก็มี 11 จังหวะ ดังนี้

1. ลง..ลงขึ้น..ขึ้นลง

2. ลง..ลงขึ้น..ขึ้นลงขึ้น

3. ลง..ลงขึ้น..ลงขึ้นลงขึ้น

4. ลง..ลง..ลงขึ้นลงขึ้น

5. ลงขึ้นลง..ลงขึ้นลงขึ้น

6. ลงขึ้นลงขึ้นลงขึ้นลงขึ้น

7. ลง..ลง..ลง..ลง..

8. ขึ้น..ขึ้น..ขึ้น..ขึ้น..

9. ลงขึ้น..ขึ้น..ขึ้น..ขึ้น..

10. ลง..ลงขึ้นลง..ลงขึ้น

11. ลงขึ้นลง..ลง..ลง..ลง

อันที่จริงมันมีมากกว่านี้ แต่ที่นิยมและใช้เล่นเพลงแนวป๊อป

เพลงทั่วไป แนวลูกทุ่งลูกกรุงที่ร้องๆ กันในไทย

แค่ 1-7 จังหวะแรก ก็พอแล้ว

ทฤษฏีในการดีดจังหวะ

 

ห้องแรกจะเป็นคอร์ด C ลูกศร ชี้ขึ้น จะแทน ดีดลง ลูกศรจะแทน ดีดขึ้น แล้วเราก็ดีดลง 4 ครั้ง

ส่วน ห้องที่ 2 เป็น คอร์ด Am .. ก็ให้ท่านทำเหมือนกับคอร์ด C คือ ดีดลง 4 ครั้งเหมือนเดิม แล้วก็ เปลี่ยนไป Dm และก็ G

การเล่นนั้นจะแบ่งเป็นห้องๆ คุณอาจจะลองดีดลงอย่างเดียวก่อน โดย 1 ห้องจะดีดลง 4 ครั้ง หลังจากคุณจำได้แล้ว ต่อไปก็มาฝึกดีดแบบลงบ้าง ขึ้นบ้าง  โดยจะต้องขึ้นลงไม่หยุด ลองดีดหลอกๆ เพื่อให้จำจังหวะได้

 

ในที่นี้จะใช้ “[ ]” ในการสื่อถึงห้อง ส่วน “|” จะใช้แบ่งครึ่งห้องเพื่อให้ง่ายต่อการดู และจะใช้ “ล” แทนลง “ข” แทนขึ้น ถ้าดีดให้โดนสายจะใช้สีแดง ดีดไม่โดนให้สีดำ เช่น [ ล ข ล ข ล ข ล ข | ล ข ล ข ล ข ล ข ] แบบนี้คือ 1 ห้องที่ไม่มีการดีดโดนสายเลย เพียงแต่ทำมือขึ้นลงเท่านั้น

ส่วนจังหวะที่กล่าวไว้ตอนแรกว่า 1 ห้องดีดลง 4 ครั้งนั้นสามารถดีดให้เป็นจังหวะได้แบบนี้ [ ล ข ล ข ล ข ล ข | ล ข ล ข ล ข ล ข ]

ตัวอย่าง Patttern ของ คอร์ตแบบง่ายๆ

 

รูปแบบ ที่ 1, 2 และ 3 ด้านบนนี้ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเล่น   ให้ลองฝึกนับจังหวะก่อนPattern ที่ 1, 2 และ 3 ด้านบนนี้ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเล่นกีต้าร์ใช้มือซ้าย mute เอาสายไว้ กับการตีมือขวาขึ้นลงให้ถูกจังหวะ ตีลงทั้งสี่ครั้ง ตามจังหวะที่นับ ส่วน pattern ที่สอง ก็คล้ายๆ กัน แต่จะเป็นการตีขึ้นทั้งสี่ครั้ง ทีนี้ก่อนที่เพื่อนๆ จะขยับไป pattern ที่สาม

 

รูปแบบ 4 แบ่งหนึ่งจังหวะเต็ม ออกเป็น “ครึ่งจังหวะ” โดยจะมีสัญลักษณ์ “&” เพิ่มเข้าไปต่อท้ายตัวเลข (& ให้อ่านออกเสียงว่า “และ”) ดังนั้น 1 & 2 & 3 & 4 & เวลาอ่านออกเสียง ให้อ่านว่า “หนึ่ง และ สอง และ สาม และ สี่ และ” จังหวะ “และ” จะเป็นจังหวะยก

 

รูปแบบ 5 จาก pattern 4 ที่เรานับ “หนึ่ง และ สอง และ สาม และ สี่ และ” พยายามให้คงจังหวะเท่าเดิม แต่คราวนี้ให้ออกเสียงเฉพาะจังหวะที่จะมีการ strum ตามนี้ค่ะ “หนึ่ง สอง และ และ สี่”

 

รูปแบบ 6 ใกล้เคียงกับแบบที่ 5 จะเห็นได้ว่ามีเพิ่มตรงจังหวะ หนึ่ง “และ” เข้ามาแค่นั้น

 

รูปแบบ 7 เป็นการstrum คอร์ดลงตลอด และเพิ่มการเน้นจังหวะไปด้วย ดังนี้ค่ะ “หนึ่ง และ สอง และ สาม และ สี่ และ”

 

รูปแบบ 8 เหมือนเดิม   พอคุณเริ่มคล่องแล้ว ก็เริ่งเล่นเพลงได้เลย

ขอบคุณรูปภาพจาก : เพจ chordcafe วิธีตีคอร์ต strum สำหรับคนหัดเล่นกีต้าร์ และ

 

guest

Post : 17/09/2019 12:01     Forum: ข่าวสาร  >  ทรัมเป็ต trumpet

ทรัมเป็ต trumpet เป็นเครื่องดนตรีสากลในกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง (แตร) ประเภทเสียงสูง (high brass) เช่นเดียวกับเฟรนช์ฮอร์น กำเนิดเสียงโดยอาศัยลมจากการเป่าของผู้เล่นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของริมฝีปาก โดยทั่วไปมีปุ่มกด (valve) 3 อัน เรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน มีทั้งที่เคลือบผิวด้วยทองเงินนิกเกิล, และแลกเกอร์

ทรัมเป็ตมีวิวัฒนาการมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มจากแตรสัญญาณที่ใช้ในการล่าสัตว์หรือในทางทหาร แต่แตรลักษณะนั้นโดยมากจะไม่มีปุ่มกดเพื่อเปลี่ยนระดับเสียง ทำให้ไม่สามารถสร้างระดับเสียงที่แตกต่างกันได้มากนัก จนกระทั่งมีการคิดประดิษฐ์ปุ่มกดและกลไกต่างๆเข้าไปภายหลังในสมัยยุคกลาง โดยเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง สามารถพบเห็นได้ในวงหลากหลายรูปแบบตั้งแต่วงพื้นบ้านของเม็กซิกัน (mariachi) วงแจ๊ซ วงโยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง จนถึงวงออเคสตรา และแตรวงขนาดใหญ่ หรือแม้แต่วงดนตรีป๊อป-ร็อคสมัยใหม่

ระดับเสียงของทรัมเป็ตมีช่วงเสียงประมาณ 2-3 ออกเตฟ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่น ตั้งแต่ F# ต่ำกว่า middle C จนถึง E สูงเหนือบรรทัด 5 เส้นหรือสูงกว่านั้น เสียงของทรัมเป็ตโดยธรรมชาติมีลักษณะดังกังวาน สดใส และเข้มแข็ง แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้สร้างเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์หม่นเศร้าได้เช่นกัน

ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือทรัมเป็ตในคีย์ Bb และคีย์ C อาจพบเห็นทรัมเป็ตที่มีขนาดและระดับเสียงแตกต่างกันได้อีกหลายชนิดตั้งแต่ "เบส-ทรัมเป็ต" จนถึง "พิคโคโลทรัมเป็ต" โดยเฉพาะในบทเพลงคลาสสิก

 

guest

Post : 10/09/2019 12:11     Forum: ข่าวสาร  >  แซกโซโฟนอัลโต้ (Alto saxophone)

แซกโซโฟนอัลโต้ (Alto saxophone)

เป็นแซกโซโฟนที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากเป็นแซกโซโฟนที่เป่าง่ายกว่าโซปราแซกโซโฟนและมีน้ำหนักเบากว่าแซกโซโฟนเทเนอร์แซกโซโฟนอัลโต้สามารถเป่าได้ในดนตรีหลาย ๆ สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสไตล์คลาสสิก, ป็อป, แจ็ส แต่นักดนตรีคลาสสิกจะนิยมใช้แซกอัลโต้ในการเล่นมากกว่าการใช้แซกโซโฟนชนิดอื่นๆรวมถึงการเล่นดนตรีแบบแตรวง,คอนเสิร์ตหรือมาร์ชชิ่งแบรนด์ก็เช่นกัน แซกโซโฟนอัลโต้จึงเป็นแซกโซโฟนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

guest

Post : 08/09/2019 12:28     Forum: ข่าวสาร  >  วงโยธวาทิต

วงโยธวาทิต  เป็นวงดนตรีที่สามารถบรรเลงได้ทั้งเดินบรรเลง (MARCHING BAND) และนั่งบรรเลง (CONCERT BAND) ซึ่งแตกต่างจากวงออร์เคสตร้า (ORCHESTRA) ที่บรรเลงได้เฉพาะนั่งบรรเลงเท่านั้น ทุกวันนี้วงโยธวาทิตได้รับความนิยมจากเยาวชนและประชาชนที่ชื่นชอบดนตรี อีกทั้งเป็นพื้นฐานสำหรับเยาวชนที่สนใจศึกษาทางด้านดนตรี จะสังเกตได้จากจำนวนวงโยธวาทิตที่อยู่ตามโรงเรียน และสถาบันการศึกษาต่างๆ มากขึ้นกว่าอดีต

1) วงดุริยางค์ (ORCHESTRA) เป็นวงดนตรีที่ต้องผสมด้วยเครื่องดนตรีชนิดต่างๆจนครบทั้ง 4 ตระกูล คือ *(ก) (ข) (ค) (ง) ซึ่งจะต้องมีนักดนตรีบรรเลงเป็นจำนวนรวมกันตั้งแต่ 60 คนขึ้นไป แต่ถ้ามีจำนวนนักดนตรีมากกว่า 100 คนขึ้นไป ให้เรียกว่าวงจุลดุริยางค์ วงดนตรีมีลักษณะต่างๆ ที่กล่างมานี้เหมาะสำหรับใช้บรรเลงภายใน หอดนตรี” (MUSIC HALL)

2) วงโยธวาทิต (MILITARY BAND) เป็นวงดนตรีที่ผสมด้วยเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ รวม 3 ตระกูลวงดนตรีในลักษณะนี้ตามปกติเหมาะสำหรับใช้บรรเลงนำในการเดินแถวในท้องถิ่นที่ เจริญ หรือนั่งบรรเลงในกระโจมดนตรีที่อยู่กลางแจ้ง

สรุป

วงโยธวาทิต หมายถึง วงดนตรีที่เน้นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าเป็นสำคัญ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีต่อไปนี้

1. เครื่องลมไม้ (WOODWIND INSTRUMENTS)

2. เครื่องทองเหลือง (BRASS INSTRUMENTS)

3. เครื่องกระทบหรือเครื่องตี (PERCUSSION INSTRUMENTS) เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้ง เป็นดนตรีสนาม ใช้นำขบวนพาเหรด แปรขบวน บทเพลงที่บรรเลงส่วนใหญ่ เป็นเพลงมาร์ช ตัวเดินบรรเลงจะเรียกว่า มาร์ชชิ่งแบนด์ (MARCHING BAND) ตัวแปรขบวนเรียกว่า ดีสเพล (DISPLAY) วงโยธวาทิต นอกจากจะเดินบรรเลงแล้วยังสามารถนั่งบรรเลงได้ เรียกว่า ซิมโฟนิคแบนด์ (SYMPHONIC BAND) การบรรเลงคล้ายกับวงออร์เคสตร้า โดยเพิ่มเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ได้แก่ ดับเบิ้ลเบส บทเพลงที่ใช้บรรเลงจะต้องเขียนขึ้นโดยเฉพาะ การประสมวงดนตรีและการบรรเลงดนตรีในลักษณะนี้อาจเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นได้ อีกเช่น CONCERT BAND ,WIND ENSEMBLE หรือ วงดุริยางค์เครื่องลม ,วงดุริยางค์เครื่องเป่า เป็นต้น

guest

Post : 05/09/2019 15:05     Forum: ข่าวสาร  >  การเลือกซื้อกีต้าร์

1.งบประมาณ (budget ) 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเลย เพราะว่า งบ ที่เราจำกัดไว้ในการ เลือกซื้อกีต้าร์ จะเป็นการกำหนดขอบเขต ของคุณภาพกีต้าร์ที่เราต้องการ ถ้าหากว่าเราตั้งงบไว้ไม่สูงมาก ก็อาจจะได้กีต้าร์ที่อยู่ในระดับเริ่มต้น เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มสนใจ หรืออาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะชอบเล่นกีต้าร์จริงๆหรือเปล่า สำหรับคนที่เล่นเป็นแล้ว หรือมั่นใจล่ะว่าสายนี้ใช่แน่นอน อยากได้กีต้าร์ชเจ๋งๆ คุณภาพดีๆสักตัว ก็จัดหนักไปเลยครับไม่ต้องเสียดายตังค์ ถือว่าจบทีเดียวเล่นยาวๆกันไปเลย


2.กีต้าร์โปร่งหรือกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าดี (Acoucstic guitar and Acoustic Electric guitar)

คือ ไม่รู้ว่าจะซื้อเป็นกีต้าร์โปร่งธรรมดาหรือโปร่งไฟฟ้าดี ก่อนอื่นก็ต้อง มีความรู้กันสักนิดนึงนะครับว่า กีต้าร์โปร่งกับกีต้าร์ไฟฟ้าเนี่ยมันต่างกันยังไง ง่ายๆเลยครับ กีต้าร์โปร่งธรรมดาก็หน้าตาทั่วๆไปนี่แหละครับ ส่วนกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าก็หน้าตาแบบเดียวกันเลยครับ แต่จะต่างที่จะมีปิ้กอัพ (pickups) หรือ คอนแทค แล้วแต่คนจะเรียกเลยครับ แต่ถ้าจะเอาไว้เล่นชิวๆอยู่บ้านหรือปาร์ตี้เล็กๆ ก็เป็นโปร่งธรรมดา แต่ถ้าจะนำไปใช้เล่นคอนเสิร์ต หรือเล่นเป็นนักดนตรีอาชีพตามร้านอาหาร หรือว่าอยากจะเล่นแบบเสียงดังๆ ก็เป็นกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าไปเลย ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อในการ เลือกซื้อกีตาร์

3.รูปทรงของกีต้าร์ (Shape) 

 ทรงของกีต้าร์ ก็มีเยอะมากๆ แต่ทรงหลักๆ ที่คนนิยมใช้ และพบเห็นได้ทั่วไปจะมีอยู่ 3 ทรงครับ ได้แก่ ทรง D (dreadnought),GA (grand auditorium),OM (orchestra model) 

4.ขนาดของกีต้าร์ (Size) 

หลายคนคงมีปัญหาที่ว่า เป็นคนที่ตัวเล็กถ้าหากไปซื้อกีต้าร์ขนาดใหญ่ๆมาเนี่ย จะเล่นไม่ได้ จับคอร์ดไม่ถนัด เอื้อมไม่ถึง ซึ่งข้อนนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อนึงครับ  การที่เราจะเลือกซื้อกีต้าร์ที่เอาไว้เล่นสักตัวเนี่ย ก็ต้อง คำนึงถึงเรื่องของขนาดเช่นกัน

    5.สายกีต้าร์ (String)  

ส่งผลต่อเสียงของกีต้าร์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็ คือ สายกีต้าร์ โยก่อนที่เราจะเลือกซื้อเนี่ย ก็ต้องดูก่อนว่าสายที่มากับตัวกีต้าร์นั้นเป็นสายแบบใด โดยทั่วไปตามร้านต่างๆ สายกีต้าร์ที่มาพร้อมกับตัวอาจจะเป็นสายที่มาจากโรงงาน ซึ่งเสียงอาจจะดรอปลงมา บางทีใช้ได้ไม่นานก็ขึ้นสนิม ต้องเสียตังเปลี่ยนใหม่อีก หรือ บางตัว ราคาอาจจะสูงกว่าหน่อยนึง แต่ได้สายอย่างดี แบรนด์ที่ค่อนข้างโอเค หรือเป็นสายเคลือบกันสนิม เล่นได้ยาวๆ ไม่ต้องซื้อสายเพิ่มก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกนึงได้เช่นกัน
 

 

guest

Post : 04/09/2019 14:28     Forum: ข่าวสาร  >  การดูแลรักษาเครื่องเป่า

การดูแลเครื่องเป่า
การดูเครื่องเป่านี้จะมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือเครื่องเป่าลมไม้เครื่องเป่าทองเหลืองมาดูวิธิกันครับ
 เครื่องเป่าลมไม้ ( woodwind instruments)
          1.  ประเภทเป่าลมผ่านช่องลม  ให้ใช้ผ้าที่แห้งแตะน้ำมันที่ใช้สำหรับทำความสะอาดเครื่องดนตรี แล้วลูบไปตามกระเดื่องกลไกและตัวเครื่องให้ทั่ว เพื่อทำให้กระเดืองกลไกเกิดความคล่องตัวในการใช้งาน และช่วยไม่ให้เกิดสนิม
2.  ประเภทเป่าลมผ่านลิ้น มีวิธีการดูแลรักษาคล้ายกับเครื่องเป่าโลหะ (ปิคโคโลและฟลูต) และเพิ่มการทำความสะอาดปากเป่าและลิ้นด้วยการถอดออกมาล้างทำความสะอาด จากนั้นผึ่งลมและเช็ดให้แห้งก่อนใช้ฝาครอบสวมส่วนบน แล้วจึงเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย
  เครื่องเป่าลมทองเหลือง (brass instruments)
ใช้ผ้าสำหรับเช็ดเครื่องให้สะอาดก่อนและหลังการใช้ เมื่อใช้เสร็จแล้วให้กดกระเดื่องสำหรับไล่น้ำลาย แล้วเป่าลมแรง ๆ เข้าไปตรงปากเป่า เพื่อไล่หยดน้ำลายที่ค้างอยู่ในท่อ เสร็จแล้วถอดปากเป่าออกมาทำความสะอาด โดยใช้ผ้าเช็ด และใช้เศษผ้าแตะครีมขัดโลหะลูบบนตัวเครื่องดนตรีแล้วใช้ผ้านุ่มเช็ดถูให้เกิดความเงางาม และเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อง
 

guest

Post : 04/09/2019 11:26     Forum: ข่าวสาร  >  กลองชุด

กลองชุด เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีกระทบ ประกอบด้วยตัวกลองและฉาบจำนวนหลายใบ และเพื่อตีควบคุมจังหวะ กลองชุดเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงหนักแน่น สามารถเพิ่มพลังให้กับบทเพลงได้หลากหลายแนว เช่น ร็อก , บลูส์ , ป็อป , ฟังก์ , ดิสโก้ และ แจ๊ส เป็นต้น กลองชุดเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ส่วนประกอบ

เครื่องดนตรีในกลองชุด ประกอบด้วย

กลองเล็ก หรือ สแนร์ดรัม (snare drum) ประกอบด้วยแผงลวดขึงรัดผ่านผิวหน้ากลองด้านล่าง เพื่อให้เกิดเสียงกรอบ ๆ ดังแต๊ก ๆ ตัวกลองทำด้วยไม้หรือโลหะ และสามารถรัดให้หนังตึงด้วยขอบไม้ด้านบนและล่าง สามารถปลดสายสะแนร์เพื่อให้เกิดเสียงทุ้มดังตุ้มตุ้มได้ และตีกลองเล็กด้วยไม้ นิยมใช้กลองชนิดนี้ทั้งในวงดุริยางค์และวงดนตรี มักจะถูกตีในจังหวะที่ 2 และจังหวะที่ 4 ของทุก ๆ " 1 ห้อง " ของเพลงนั้น ๆ

กลองทอม (tom-tom drum) หรือ เทเนอร์ดรัม (tenor drum) มีขนาดใหญ่กว่าสะแนร์ดรัม เป็นกลองชนิดที่สร้างขึ้นโดยไม่ใช้สายสะแนร์ โดยทั่วไปบรรเลงในหมวดกลอง ใช้ไม้ชนิดหัวไม้หุ้มสักหลาด มักถูกใช้ในการตีลูกส่ง และช่วยในการโซโล่ ของกลอง

กลองใหญ่ หรือ กลองเบส (bass drum) เป็นกลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยตัวกลองที่ทำด้วยไม้และมีหนังกลองทั้งสองด้าน เสียงที่เกิดจากการตีกลองใหญ่จะไม่ตรงกับระดับเสียงที่กำหนดไว้ทางตัวโน้ต ตีด้วยไม้ที่มีสักหลาดหุ้ม ชนิดที่มีหัวที่ปลายทั้งสองข้าง ใช้เพื่อทำเสียงรัว มักจะถูกตีในจังหวะที่ 1 และจังหวะที่ 3 ของทุก ๆ " 1 ห้อง " ของเพลงนั้น ๆ ทั้งนี้ ในการตีกลองใหญ่นั้น จะไม่ได้ใช้มือตีเหมือนกลองใบอื่นๆ แต่จะใช้เท้าตี ผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า กระเดื่อง (pedal)

ฉาบ (cymbals) เป็นฉาบที่มีขนาดใหญ่เล็กน้อย ใช้ตีเพื่ออัดพลังความหนักแน่นให้กับลูกส่ง และการโซโล่ของกลอง เพื่อเป็นการสร้างสีสันให้กับตัวเพลง โดยส่วนใหญ่แล้ว ในการควบคุมจังหวะให้กับเพลง ไม่ว่าเพลงแนวใดก็ตาม การตีซิมบาลส์นั้น มักจะเป็นการตีลงไปหนึ่งครั้ง ในบาง " 1 ห้อง " และการตีซิมบาลส์นั้น มักจะไม่เป็นการตีอย่างต่อเนื่องไปตลอดและพรํ่าเพรื่อมากนัก

ฉาบไฮแฮต (hi-hat) เป็นฉาบขนาดกลางสองใบในแนวเดียวกัน สามารถถูกทำให้อ้าออก และ ประกบเข้ากันได้ ด้วยคันเหยียบซึ่งอยู่ทางด้านล่างสุดของตัวเสาแขวนฉาบไฮแฮ็ท โดยทั่วไปแล้ว ไฮแฮ็ทและตัวเสาแขวนจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของกลองเล็ก ใช้ตีต่อเนื่องเพื่อบอกและควบคุมจังหวะทั้งหมดภายใน " 1 ห้อง " ของเพลงนั้น ๆ ตลอดจนจบเพลง

 

guest

Post : 03/09/2019 17:18     Forum: ข่าวสาร  >  กีต้าร์

กีตาร์ (อังกฤษguitar) เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง จัดเป็นพวกเครื่องสาย มักจะเล่นด้วย

นิ้วมือซ้าย และดีดหรือเกาด้วยนิ้วมือขวาหรือใช้ปิ๊กดีดกีตาร์ เสียงของกีตาร์นั้นเกิดจาก

การสั่นสะเทือนของสาย ทำให้เกิดกำทอน (resonance) แก่ตัวกีตาร์และคอกีตาร์

กีตาร์นั้น มีทั้งแบบกีตาร์อะคูสติก และกีตาร์ไฟฟ้า บางตัวก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง กีตาร์มีส่วน

ตัวเป็นกล่องกำทอน ซึ่งในกีตาร์จะเจาะเป็นช่อง ส่วนกีตาร์ไฟฟ้ามักจะตัน และมีโพรงในส่วน

คอกีตาร์ โดยทั่วไปแล้วส่วนหัวของกีตาร์จะยืดขึ้นไปจากคอ เพื่อใส่ลูกบิดหมุนสายสำหรับ

ปรับเสียง

กีตาร์โปร่ง

Renaissance guitars

มีขนาดเล็กกว่ากีต้าร์คลาสสิก ให้เสียงที่เบากว่ามาก ใช้สายไนล่อน แบบเดียวกับกีต้าร์คลาสสิก นิยมเล่นในสมัยโบราณ ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม

Classical guitars

กีต้าร์คลาสสิก (Classic Guitar) หรือกีต้าร์สายไนล่อน นิยมเล่นเพลงบรรเลง แบบ single

note (finger-picking) ดังนั้น คอกีต้าร์คลาสสิก จึงมีความกว้างกว่ากีต้าร์ไซด์มาตรฐาน ทั่วไป

 

กีต้าร์ไฟฟ้า

แบ่งตามโครงสร้างของลำตัวกีต้าร์ (Body) อาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ

กีต้าร์ตัวตัน (Solid Body)

หมายถึง กีต้าร์ไฟฟ้าปกติที่ลำตัวมีลักษณะตัน ไม่มีการเจาะช่องในลำตัวกีต้าร์เหมือนอย่าง

กีตาร์โปร่ง หรือ อะคูสติกกีตาร์ แต่บริเวณลำตัวจะมีตัวรับสัญญาณแรงสั่นสะเทือนของ

สายกีต้าร์ (Pick Up) ขณะที่ดีด เพื่อส่งต่อไปยังเครื่องขยายเสียง (Amplifier) ต่อไป โดย

ทั่วไป ตัวรับสัญญาณจะมี 2 ประเภท คือ ตัวรับสัญญาณแบบแถวเดี่ยวที่เรียกว่า Single

Coil และแบบแถวคู่ที่เรียกว่า Humbucker

กีต้าร์ลำตัวกึ่งโปร่ง (Semi-Hallow Bikini)

เป็นกีต้าร์ไฟฟ้าที่มีลักษณะโครงสร้างส่วนกลางของลำตัวในแนวเดียวกับคอกีต้าร์ มี

ลักษณะตัน (แต่มีการเจาะช่องเพื่อใส่ตัวรับสัญญาณแรงสั่นสะเทือนของสายกีต้าร์ (Pick

Up) เช่นเดียวกับกีต้าร์ตัวตัน

กีต้าร์ลำตัวโปร่ง (Hallow Body)

กีต้าร์ไฟฟ้าที่มีการเจาะช่องเอาไว้เพื่อให้เกิดการกำทอนของเสียง (Sound Hole) เช่นเดีย

วกับกีต้าร์โปร่งหรืออคูสติก และกีต้าร์ลำตัวกึ่งโปร่ง ปกติช่องดังกล่าวมักจะอยู่ด้านข้าง

ของลำตัวกีต้าร์ เนื่องจากบริเวณกลางลำตัวจะมีการใส่ตัวรับสัญญาณแรงสั่นสะเทือน

ของสายกีต้าร์

1